FC Barcelona ถือว่าเป็นทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศสเปน โดยพวกเขาเป็นรองเพียง เรอัล มาดริด ยอดทีมจากเมืองหลวงเพียงทีมเดียวเท่านั้น ทั้งในระดับประเทศและในยุโรป ซึ่งพวกเขามียุคที่รุ่งเรืองอยู่หลายยุคทีเดียว แต่ยุคที่ทำให้แฟนฟุตบอลหันมาให้ความสนใจ และมาตามเชียร์บาร์เซโลน่ามากที่สุดก็คงจะต้องเป็นยุคที่พวกเขามีเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปนเป็นคนคุมทีมนั่นเอง

ซึ่งอดีตกองกลางบาร์เซโลน่ารายนี้เข้ามาคุมทีมในถิ่นคัมป์ นูเมื่อปี 2008 โดยมารับไม้ต่อจาก แฟรงค์ ไรจ์การ์ด กุนซือชาวดัตช์ที่พาทีมประสบความสำเร็จทั้งเป็น แชมป์ลา ลีก้า และยังเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย ซึ่งทำให้คนที่มารับไม้ต่ออย่างเป็ป กวาดิโอล่านั้นได้รับความกดดันสุดๆ เพราะก่อนหน้านั้นกุนซือรายนี้พึ่งจะมีประสบการณ์ในการคุมทีมเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นทีมบาร์เซโลน่าชุดเบอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ของบอร์ดบริหารของสโมสรในเวลานั้นเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้โอกาสกับกุนซือมือใหม่รายนี้มารับงานใหญ่ในถิ่นคัมป์ นู

ในตอนที่เป็ป กวาดิโอล่าก้าวขึ้นมาคุมทีมบาร์เซโลน่าในตอนนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่เลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นสำคัญๆ ทั้งการขาย โรนัลดินโญ่ ออกจากทีมแล้ว เขายังดันนักเตะดาวรุ่งก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ด้วย ซึ่งก็คือ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลางตัวตัดเกมดาวรุ่งจากชุดเบนั่นเอง ซึ่งได้ร่วมงานกับเป็ป กวาดิโอล่าในฤดูกาลก่อนหน้านี้ในทีมสำรอง ทำให้เขาก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ในตอนนั้นทันที ซึ่งตอนนั้นบุสเก็ตส์ก็อยู่ในวัย 20 ปีแล้ว ซึ่งพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมพอดี

และอีกอย่างคือบาร์เซโลน่าในตอนนั้นไม่มีนักเตะที่เป็นกองกลางตัวรับโดยธรรมชาติ โดยบางครั้งยังต้องเอาราฟาเอล มาร์เกซ ปราการหลังทีมชาติเม็กซิโกมายืนแทนเลยด้วยซ้ำ แลบางครั้งก็เป็นยาย่า ตูเร่ กองกลางจากแอฟริการที่มายืน ซึ่งก็ไม่ใช่ตำแหน่งถนัดของเขาแต่อย่างใด ทำให้การดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ครั้งนี้ของบุสเก็ตส์ไม่ได้เป็นการดันขึ้นมาสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเขาได้กลายเป็นตัวจริงของทีมทันทีในยุคของเป็ป กวาดิโอล่า

โดยเขาเป็น 1 ใน 3 แดนกลางของทีมตัวจริงในตอนนั้น ซึ่งเขาต้องก้าวขึ้นมาเล่นร่วมกับ ชาบี เอร์นานเดส และ อันเดรส อิเนสต้า 2 กองกลางรุ่นพี่ที่เป็นเด็กปั้นของศูนย์ฝึกลา มาเซียเช่นกัน แต่ตอนนั้น 2 กองกลางรายนี้ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติสเปน และคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปี 2008 มาครองแล้วด้วย

ทีมชาติสเปนในศึก World Cup 2010 เลือกใช้ 3 กองกลางจาก Barcelona
ทีมชาติสเปนในศึก World Cup 2010 เลือกใช้ 3 กองกลางจาก Barcelona

โดยบุสเก็ตส์นั้นมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับที่คอยตัดเกมอยู่หน้าคู่ปราการหลังตัวกลางของทีม ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างรวดเร็ว และเล่นกันได้อย่างกลมกลืนกับเพื่อนร่วมทีม โดยเขาเป็นนักเตะที่เล่นง่าย คือแย่งบอลมาได้ก็จ่ายต่อให้เพื่อนทันที และนอกจากนั้นเวลาที่โดนบีบเขาสามารถเอาตัวรอดได้อย่างสบายด้วยเบสิคฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

เมื่อมีเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ที่ตัดเกมได้อย่างเนียนกริ๊บแล้ว ทำให้ 2 กองกลางที่เหลือของทีมอย่างชาบี เอร์นานเดส และอันเดรส อิเนสต้าสามารถเล่นได้ง่ายขึ้น และมีอิสระในการสร้างสรรค์เกมรุกมากขึ้นด้วย ซึ่งทำให้ บาร์เซโลน่า กลายเป็นทีมที่หาคู่ต่อกรได้ยากมากในตอนนั้น และทำให้แฟนบอลมองพวกเขาเป็นทีมต่างดาวเลยทีเดียว เพราะแต่ละเกมนั้นพวกเขาจะครองบอลมากกว่าคู่แข่งอยู่หลายขุม และไล่ถล่มคู่แข่งจนเป็นเรื่องปกติเลยทีเดียว

ซึ่งการเล่นของบุสเก็ตส์ อิเนสต้า และชาบีนั้นมักจะยืนกันเป็นสามเหลี่ยมในแดนกลาง ทำให้สามารถถ่ายบอลกันได้อย่างไหลลื่น และไล่บอลกันได้ยาก ซึ่งกลายเป็น 3 กองกลางที่เล่นกันได้อย่างเข้าขา และลงตัวที่สุดในยุคนั้นด้วย ซึ่งพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็นแชมป์ลา ลีก้าสเปน และรวมไปถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้ว 3 กองกลางของบาร์เซโลน่าชุดนี้ยังไปทำให้ ทีมชาติสเปน ประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 อีกด้วย โดยสเปนก็มีตัวหลักอยู่แล้วคือทีมชุดแชมป์ยูโร 2008 นั่นเอง แต่พวกเขาแค่เปลี่ยนจาก อันโตนิโอ มาร์กอส เซนน่า กองกลางตัวตัเกมชุดนั้นมาเป็น เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เท่านั้น ซึ่งก็ทำให้ทีมชาติสเปนกลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จทั้งในศึกฟุตบอลโลก 2010 และรวมไปถึงศึกยูโร 2012 อีกด้วย

ถือว่าเป็นยุคแห่งวงการฟุตบอลของสเปนที่ครองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ทั้งในระดับสโมสร และในระดับชาติเลยทีเดียว ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มมาแผ่วลงในตอนที่ ชาบี เอร์นานเดส ประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติสเปนในปี 2014 หลังจากที่ล้มเหลวในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ตกรอบแรกที่ประเทศบราซิลนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามการเล่น 3 ประสานในแดนกลางของบาร์เซโลน่ายุคนั้น ก็ทำให้เกิดฟุตบอลรูปแบบใหม่จนนำมาใช้กันถึงทุกวันนี้ ที่หลายๆ ทีมก็เล่นแบบมีกองกลาง 3 คนกันแทบทั้งนั้น